Archive for ธรณีภัย

มหันตภัยใกล้ตัว

ผ


ปลายปี
2547 ต่อเนื่องต้นปี 2548 ที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาครอบมหาสมุทรอินเดีย ได้เผชิญกับมหันตภัยจาก คลื่นยักษ์สึนามิ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินใหญ่หลวง ทั้งนี้เป็นเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีมหันตภัยคลื่นยักษ์นี้เกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย แม้ว่าจะมีผู้เคยเตือนไว้บ้างก็ตามที

คลื่นยักษ์สึนามิ เป็นพิบัติภัยธรรมชาติที่เป็นผลพวงจาก ธรณีภัย (Geohazard) หรือภัยจากพื้นโลกของเรา ที่ผ่านมาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น อุทกภัย วาตภัย และอัคคีภัย เป็นต้น แต่สำหรับธรณีภัยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก ทั้งที่นับได้ว่าเป็นมหันตภัยใกล้ตัว เนื่องจากเราทุกคนอยู่บนพื้นโลก และเมื่อเกิดแต่ละครั้งจะส่งผลกระทบรุนแรง ธรณีภัยเหล่านี้ เช่น

1. แผ่นดินไหว เกิดจากการเคลื่อนตัวของพื้นผิวโลก เนื่องจากความเค้นภายในเปลือกโลก ทำให้หินแตกออกเป็นแนวและปลดปล่อยพลังงานในรูปของการสั่นไหว แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่บนแนวแยกใหญ่ของผิวโลกโดยตรง แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากแนวแยกใกล้เคียงสูงมากพอควร เช่นบริเวณภาคเหนือ และด้านทิศตะวันตกของประเทศ

ผลของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ถ้าเกิดบนพื้นทวีปจะมีอำนาจทำลายล้างบ้านเมืองให้พินาศได้เป็นวงกว้าง โครงสร้างอาคารพังทลายหากไม่มีการออกแบบป้องกันไว้ก่อน นอกจากนี้ คลื่นการสั่นสะเทือนอาจทำให้พื้นดินทราย แปรสภาพเป็นของเหลว (Liquefaction) คล้ายทรายดูด ทำให้อาคารบ้านเรือนจมลงได้ เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับเมือง Niigata ประเทศญี่ปุ่น หากเกิดในพื้นมหาสมุทรก็อาจส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ดังที่ปรากฏ



2. แผ่นดินยุบ เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ เนื่องจากมีโพรงใต้พื้นดินระดับลึก เช่นในพื้นที่ที่อยู่บนชั้นหินปูนที่ถูกน้ำใต้ดินกัดเซาะ เมื่อโพรงมีขนาดใหญ่และกินวงกว้าง ก็อาจเกิดการยุบตัวลงเป็นหลุมยักษ์ หรือเมื่อพื้นดินได้รับแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหว ก็อาจเกิดยุบลงก็ได้ เช่นบริเวณพื้นที่จังหวัดสตูลที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ และในอีกหลาย ๆ พื้นที่ นอกจากนี้โพรงใต้ดินก็อาจเกิดในพื้นที่หินเกลือ ที่มีการสูบน้ำลงไปละลายเกลือใต้ดิน ก็อาจทำให้เกิดแผ่นดินยุบเช่นกัน เช่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร เป็นต้น

3. แผ่นดินถล่ม เกิดจากการเคลื่อนที่ของดินและหินลงมาตามลาดเขาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก โดยมักมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ เช่นจากน้ำป่าไหลหลาก ฝนตกหนักต่อเนื่อง จนทำให้ดินที่เป็นของแข็งเปลี่ยนเป็นของไหลได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งประเทศไทยได้ประสบมาแล้วหลายครั้ง เช่น ในพื้นที่น้ำก้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช



จากตัวอย่างของธรณีภัยที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าพิบัติภัยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย แม้ว่าจะเป็นพิบัติภัยธรรมชาติด้วยสาเหตุจากสภาพธรณีวิทยา การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นคงเป็นไปได้ยาก แต่การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เช่นการศึกษาให้เข้าใจถึงธรรมชาติเพื่อคาดการณ์และประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ การให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป การมีระบบเฝ้าระวังและระบบเตือนภัย และการกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบจากพิบัติภัยที่ชัดเจน นอกจากนี้การเกิดธรณีภัยหลายกรณี ก็มีส่วนจากการกระทำของมนุษย์ด้วยเช่นกัน เช่นการทำเหมืองเกลือ การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งถ้าทุกคนตระหนักถึงพิบัติภัยที่จะติดตามมาและร่วมกันแก้ไข ธรณีภัยก็จะไม่เป็นมหันตภัยอีกต่อไป

ให้ความเห็น